:: Main Menu ::
  ทดสอบก่อนเรียน
บทที่ 1
ความหมายคอมพิวเตอร์
ชนิดของคอมพิวเตอร์
ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
พัฒนาการคอมพิวเตอร์
ยุคของคอมพิวเตอร์
บทที่ 2
ลักษณะการทำงาน
คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์
โครงสร้างคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบคอมพิวเตอร์
บทที่ 3
โปรแกรมระบบ
โปรแกรมประยุกต์
บทที่ 4
องค์ประกอบของ XP
การใช้งาน XP เบื้องต้น
ทดสอบหลังเรียน
สรุปเนื้อหาบทเรียน
เว็ปไซต์ที่น่าสนใจ
ผู้จัดทำ


:: ลักษณะการทำงานของคอมพิวเตอร์ ::

       การทำงานของคอมพิวเตอร์ (Boot Up) ก่อนที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำงานได้นั้นจะต้องนำเอาระบบปฏิบัติการเข้าไปเก็บไว้ยังหน่วยความจำของเครื่องเสียก่อน กระบวนการนี้เรียกว่า การบู๊ตเครื่อง (boot) นั่นเอง ซึ่งจะเริ่มทำงานทันทีตั้งแต่เปิดสวิทซ์เครื่อง มีขั้นตอนที่พอสรุปได้ดังนี้ คือ

คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ขั้นตอนการบู๊ตเครื่องในคอมพิวเตอร์

       1. พาวเวอร์ซัพพลายส่งสัญญาณไปให้ซีพียูเริ่มทำงาน ในคอมพิวเตอร์จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า พาวเวอร์ซัพพลาย (power supply) ทำหน้าที่จ่ายพลังงานไฟฟ้าไปให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะเริ่มต้นทำงานทันทีเมื่อเรากดปุ่มเปิด (Power ON) และเมื่อเริ่มทำงานก็จะมีสัญญาณส่งไปบอกซีพียูด้วย (เรียกว่าสัญญาณ Power Good)
       2. ซีพียูจะสั่งให้ไบออสทำงาน ทันทีที่มีกระแสไฟฟ้าจ่ายมายังคอมพิวเตอร์และมีสัญญาณให้เริ่มทำงาน หน่วยประมวลกลางหรือซีพียูจะพยายามเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในไบออสเพื่อทำงานตามชุดคำสั่งที่เก็บไว้โดยทันที
       3. เริ่มทำงานตามกระบวนการที่เรียกว่า POST เพื่อเช็คอุปกรณ์ต่าง ๆกระบวนการ POST (power on self test) เป็นโปรแกรมส่วนหนึ่งในไบออสซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด , RAM , ซีพียู รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ เช่น คีย์บอร์ดหรือเมาส์ ซึ่งเราสามารถสังเกตผลการตรวจสอบนี้ได้ทั้งจากข้อความที่ปรากฏบนจอภาพในระหว่างบู๊ต และจากเสียงสัญญาณที่คอมพิวเตอร์ส่งออกมา (ซึ่งเป็นประโยชน์ในการที่แสดงผลทางจอภาพไม่ขึ้น) โดยปกติถ้าการตรวจสอบเรียบร้อยและไม่มีปัญหาใด ๆ ก็จะส่งสัญญาณปี๊บสั้น ๆ 1 ครั้ง แต่หากมีอาการผิดปกติจะส่งสัญญาณที่มีรหัสเสียงสั้นและยาวต่างกันแล้วแต่ข้อผิดพลาด (error) ที่พบ เช่น ถ้าเป็นข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการ์ดแสดงผลจะส่งสัญญาณเป็นเสียงยาว 1 ครั้ง สั้น 3 ครั้ง ทั้งนี้ไบออสแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อก็จะมีรหัสสัญญาณที่แตกต่างกัน
       4. ผลลัพธ์จากกระบวนการ POST จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลที่อยู่ในซีมอส ข้อมูลของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งแล้วในเครื่องหรือค่า configuration จะถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำที่เรียกว่า ซีมอส (CMOS – complementary metal oxide semiconductor) ซึ่งใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณเล็กน้อยในการหล่อเลี้ยง โดยใช้แบตเตอรี่ตัวเล็ก ๆ บนเมนบอร์ด เพื่อให้เครื่องสามารถจำค่าต่าง ๆ ไว้ได้ ผลลัพธ์จากกระบวนการ POST นี้ จะถูกนำมาตรวจสอบกับข้อมูลซีมอส ถ้าถูกต้องตรงกันก็ทำงานต่อได้ ไม่เช่นนั้นต้องแจ้งผู้ใช้ให้แก้ไขข้อมูลก่อน
       5. ไบออสจะอ่านโปรแกรมสำหรับบู๊ตจากฟล็อปปี้ดิสก์ ซีดีหรือฮาร์ดดิสก์ ขั้นถัดไปไบออสจะเข้าไปอ่านโปรแกรมสำหรับการบู๊ตระบบปฏิบัติการจากเซกเตอร์แรกของฮาร์ดดิสก์ ฟล็อปปี้ดิสก์ หรือซีดีรอม โดยที่ไบออสจะมีความสามารถในการติดต่อกับอุปกรณ์เหล่านั้นได้
       6. โปรแกรมส่วนสำคัญจะถูกถ่ายค่าลงหน่วยความจำ RAM เมื่อไบออสรู้จักระบบไฟล์ของไดรว์ที่บู๊ตได้แล้วก็จะไปอ่านโปรแกรมส่วนสำคัญของระบบปฏิบัติการที่เรียกว่าเคอร์เนล (kernel) เข้ามาเก็บในหน่วยความจำหลักหรือ RAM ของคอมพิวเตอร์เสียก่อน
       7. ระบบปฏิบัติการในหน่วยความจำเข้าควบคุมเครื่องและแสดงผลลัพธ์ เคอร์เนลที่ถูกถ่ายโอนลงหน่วยความจำนั้นจะเข้าไปควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยรวมและโหลดค่า configuration ต่าง ๆ พร้อมทั้งแสดงผลออกมาที่เดสก์ท็อปของผู้ใช้เพื่อรอรับคำสั่งการทำงานต่อไป ซึ่งปัจจุบันในระบบปฏิบัติการใหม่ ๆ จะมีส่วนประสานงานกับผู้ใช้แบบกราฟิกหรือ GUI เพื่อสนับสนุนให้การใช้งานกับคอมพิวเตอร์ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีก
ประเภทของการบู๊ตเครื่องดังที่อธิบายแล้วว่าการบู๊ตเครื่อง คือ ขั้นตอนที่คอมพิวเตอร์เริ่มทำการโหลดระบบปฏิบัติการเข้าไปไว้ในหน่วยความจำRAMซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น2ลักษณะด้วยกันคือ
               โคลด์บู๊ต (Cold boot) เป็นการบู๊ตเครื่องที่อาศัยการทำงานของฮาร์ดแวร์ โดยการกดปุ่มเปิดเครื่อง (Power On) แล้วเข้าสู่กระบวนการทำงานโดยทันที ปุ่มเปิดเครื่องนี้จะอยู่บนตัวเคสของคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ปิดเปิดการทำงานโดยรวมของคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเหมือนกับสวิทช์ของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป
               วอร์มบู๊ต (Warm boot) เป็นการบู๊ตเครื่องโดยทำให้เกิดกระบวนการบู๊ตใหม่หรือที่เรียกว่า การรีสตาร์ทเครื่อง (restart) โดยมากจะใช้ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ (เครื่องแฮงค์) ซึ่งจำเป็นต้องมีการบู๊ตเครื่องกันใหม่ สามารถทำได้สามวิธีคือ
                         กดปุ่ม Reset บนตัวเครื่อง (ถ้ามี)
                         กดปุ่ม Ctrl + Alt + Delete จากแป้นพิมพ์ แล้วเลือกคำสั่ง restart จากระบบปฏิบัติการที่ใช้
                         สั่งรีสตาร์ทเครื่องจากเมนูบนระบบปฏิบัติการ

       ส่วนประสานงานกับผู้ใช้ (User Interface)การสั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างที่เราต้องการ ผู้ใช้จะต้องป้อนข้อมูลและชุดคำสั่งต่าง ๆ ให้กับคอมพิวเตอร์เสียก่อน โดยผ่านส่วนที่ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้งาน หรือเรียกว่า ส่วนประสานงานกับผู้ใช้ (user interface) ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท
               ประเภทคอมมานด์ไลน์ (Command Line)เป็นส่วนประสานงานกับผู้ใช้ที่อนุญาตให้ป้อนรูปแบบคำสั่งที่เป็นตัวหนังสือ (text) สั่งการลงไปด้วยตนเองเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ต้องการทีละบรรทัดคำสั่งหรือ คอมมานด์ไลน์ (command line)
               ประเภทกราฟิก (GUI – Graphical User Interface)การใช้งานแบบคอมมานด์ไลน์ที่ต้องป้อนข้อมูลชุดคำสั่งทีละบรรทัดนั้น ทำให้เกิดความไม่สะดวกและยุ่งยากกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์มากพอสมควร โดยเฉพาะกับคนผู้ที่ไม่ชำนาญการหรือไม่สามารถจดจำรูปแบบของคำสั่งต่าง ๆ เหล่านั้นได้ ดังนั้นจึงมีการพัฒนาระบบคำสั่งงานคอมพิวเตอร์แบบใหม่โดยปรับมาใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ในการสั่งงานมากยิ่งขึ้น บางครั้งนิยมเรียกระบบนี้ว่า กิวอี้ (GUI – Graphical User Interface) ดังที่จะเห็นได้ในระบบปฏิบัติการ Windows ที่ไดรับความนิยมอย่างแพร่หลายนั่นเอง รูปแบบของกิวอี้นี้ ผู้ใช้อาจจะไม่จำเป็นต้องจดจำรูปแบบคำสั่งเพื่อใช้งานให้ยุ่งยากเหมือนกับแบบคอมมานด์ไลน์ก็สามารถใช้งานได้แล้ว โดยเพียงแค่รายการคำสั่งภาพที่ปรากฏบนจอนั้นผ่านอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เมาส์หรือคีย์บอร์ด เป็นต้น การจัดการกับไฟล์ (File Management)

       ความหมายของไฟล์ (Files)
        ไฟล์ (files) เป็นหน่วยในการเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจจะเก็บอยู่ในสื่อเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น ฟล็อปปี้ดิสก์, ฮาร์ดดิสก์, หรือซีดีรอม เป็นต้น และจะอ้างถึงได้โดยระบุชื่อไฟล์และส่วนขยายตามกติกาดังนี้
               ชื่อไฟล์ (file name) ในระบบปฏิบัติการยุคแรก ๆ นั้น ชื่อไฟล์สามารถตั้งได้ไม่เกิน 8 อักขระเท่านั้น แต่การใช้งานกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ๆ เช่น Windows สามารถตั้งชื่อไฟล์ได้มากถึง 256 อักขระ โดยมากจะนิยมตั้งชื่อโดยไม่ให้มีช่องว่าง (blank) ระหว่างชื่อไฟล์ หากจำเป็นต้องมีจะใช้เครื่องหมายขีดล่างแทน เช่น computer list, business sheet, marketing profile เป็นต้น
               ส่วนขยาย (extensions) เป็นส่วนที่ช่วยให้ระบบปฏิบัติการเข้าใจรูปแบบหรือชนิดของไฟล์ได้ง่ายมากขึ้น ประกอบด้วยอักขระประมาณ 3-4 ตัว เขียนเพิ่มต่อจากชื่อไฟล์ คั่นด้วยเครื่องหมายจุด (.) เทียบได้กับ “นามสกุลของไฟล์” นั่นเอง บางระบบปฏิบัติการ เช่น Windows XP จะซ่อนส่วนขยายนี้ไว้ ถ้าจะดูต้องไปตั้งการทำงานเพิ่ม โดยทั่วไปไฟล์จะมีชื่อซ้ำกันได้ถ้าคนละส่วนขยาย แต่จะซ้ำทั้งสองอย่างไม่ได้ เช่นเดียวกับคนซึ่งไม่ควรมีทั้งชื่อและนามสกุลซ้ำกัน

ตัวอย่าง
คำอธิบาย
index.htm ไฟล์ที่เรียกว่า index ซึ่งเป็นกลุ่มชนิดไฟล์ที่เขียนขึ้นด้วยภาษา HTML เพื่อนำไปใช้กับการแสดงผลอินเทอร์เน็ต
computer.doc ไฟล์ที่เรียกชื่อว่า computer เป็นไฟล์ที่สร้างจากโปรแกรม Microsoft Word ซึ่งจะแสดงผลลัพธ์ออกมาในรูปของเอกสาร (document) นั่นเอง
introduction.ppt ไฟล์ที่เรียกชื่อว่า introduction เป็นไฟล์ที่สร้างจากโปรแกรมนำเสนองานที่ชื่อว่า Microsoft PowerPoint ซึ่งแสดงผลลัพธ์ออกมาเป็นเอกสารหรือสไลด์เพื่อการนำเสนองานโดยเฉพาะ

       ลำดับโครงสร้างไฟล์ (Hierarchical File System)
              ปกติระบบปฏิบัติการจะจัดเก็บข้อมูลที่มีโครงสร้างแบบลำดับชั้นทำนองเดียวกับการสืบทอดกันมาเริ่ม ตั้งแต่ขั้นบรรพบุรุษ จนมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานแตกย่อยออกไปเรื่อย ๆ ลักษณะการจัดการโครงสร้างแบบนี้บางครั้งนิยมเรียกว่า โครงสร้างแบบต้นไม้ (tree-like structure) ที่มีกิ่งก้านแผ่ขยายสาขาออกไปนั่นเอง


โครงสร้างแบบต้นไม้ในการสืบทอดพันธุกรรมของมนุษย์

       ระบบปฏิบัติการก็เช่นเดียวกัน เมื่อต้องการเก็บข้อมูลก็จะมีการจัดเก็บไฟล์ที่แยกโครงสร้างออกเป็นส่วน ๆ เหมือนกิ่งก้านสาขาของต้นไม้แต่ละกิ่งเรียกว่า “โฟลเดอร์ (folder)” ซึ่งจะเป็นที่รวมไฟล์ข้อมูลเรื่องเดียวกันเข้าไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อให้สามารถเรียกใช้ได้โดยง่าย แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยดังนี้คือ
               ไดเร็คทอรี (Directory) เป็นโฟลเดอร์หลักสำหรับจัดเก็บหมวดหมู่ไฟล์ขั้นสูงสุดในระบบ บางครั้งอาจเรียกว่า roof directory ซึ่งบางระบบปฏิบัติการจะรวมทุกไดรว์ไว้ในไดเร็คทอรีเดียวกัน แต่สำหรับใน Windows จะมี roof directory ของแต่ละไดรว์แยกกัน เช่น C:\ คือ roof directory ของไดรว์ C:
               ซับไดเร็คทอรี (Subdirectory) เป็นโฟลเดอร์ย่อยที่ถูกแบ่งและจัดเก็บไว้ออกมาอีกชั้นหนึ่ง โดยที่เราสามารถเอาข้อมูลหรือไฟล์จัดเก็บลงไปในซับไดเร็คทอรีได้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังสามารถแบ่งหรือสร้างซับไดเร็ค-ทอรีย่อย ๆ ลงไปอีกได้ไม่จำกัด เสมือนกับการแผ่กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ เป็นต้น






TOP

โรงเรียนบ้านตลาดลำใหม่
หมู่ 1 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000
Tel.073-252-515
Mail : Mr.Danupon Pornprasit

 
  © Copyright 2006. Design by Mr.Danupon Pornprasit